การบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี

การบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี

บุคคลธรรมดาหักลดหย่อนจากเงินบริจาคได้ตามเงื่อนไข โดยรวมแล้วไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นก่อนเงินบริจาค ส่วนนิติบุคคลสามารถใช้สิทธิเป็นรายจ่าย/ยกเว้นภาษีได้ตามเงื่อนไขของกฎหมายแต่ละกรณี

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับการบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของกรมสรรพากร ผู้บริจาคควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรหรือหน่วยรับบริจาคก่อนใช้สิทธิ

สารบัญ

บริจาคที่ไหน ลดหย่อนได้กี่เท่า ?

  1. องค์การและมูลนิธิ ตามที่กฎหมายกำหนด
    สามารถ ลดหย่อนได้ 2 เท่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2570 ตามเงื่อนไขของมาตรการ
    ดูรายชื่อ องค์การและมูลนิธิ ตามที่กฎหมายกำหนด >>
  2. โรงพยาบาลรัฐและสถานพยาบาลของทางราชการ
    สามารถ ลดหย่อนได้ 2 เท่า ตามเงื่อนไขของ พ.ร.ฎ. 663 โดยใช้กับการบริจาคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป และจากข้อมูลที่ตรวจพบ ยังไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดของสิทธิดังกล่าว
    ดูรายชื่อโรงพยาบาลรัฐ จากบทความที่เกี่ยวข้อง
  3. โรงเรียน / สถานศึกษา
    โดยทั่วไปสามารถ ลดหย่อนได้ 1 เท่า เว้นแต่เป็นการบริจาคที่เข้าเงื่อนไขมาตรการเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดในแต่ละช่วงเวลา
  4. วัด / มูลนิธิ / สมาคม / องค์การหรือสถานสาธารณกุศลอื่น ๆ
    โดยทั่วไปสามารถ ลดหย่อนได้ 1 เท่า เฉพาะหน่วยรับบริจาคที่อยู่ในรายชื่อหรือเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บทความที่เกี่ยวข้อง

สามารถตรวจสอบรายชื่อมูลนิธิ สมาคม และสถานสาธารณกุศลที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนเงินบริจาคได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
https://www.rd.go.th/29157.html

การบริจาคผ่านระบบ e-Donation

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ผู้บริจาคให้วัดวาอาราม องค์การหรือสถานสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลัง หากต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น

ข้อมูลการบริจาคที่ปรากฏในระบบ e-Donation สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ โดยผู้บริจาคไม่ต้องนำใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตรไปแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินอีก หากข้อมูลปรากฏถูกต้องในระบบแล้ว

วิธีการบริจาคผ่านระบบ e-Donation

  • บริจาค ณ สถานที่รับบริจาคโดยตรง เช่น ห้องการเงิน หรือห้องรับบริจาค
    ผู้บริจาคสามารถบริจาคเป็นเงินสด โอนผ่านธนาคาร หรือชำระด้วยบัตรเครดิต แล้วแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เจ้าหน้าที่จะขอเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และบันทึกข้อมูลการบริจาคเข้าสู่ระบบ e-Donation
  • บริจาคโดยการโอนเงินผ่านธนาคารทั่วไป
    เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้บริจาคควรแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษี พร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ผ่านช่องทางติดต่อของหน่วยรับบริจาค เช่น Line, อีเมล หรือช่องทางที่หน่วยรับบริจาคกำหนด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการบริจาคเข้าสู่ระบบ e-Donation
  • บริจาคผ่าน Mobile Banking โดยสแกน QR Code e-Donation
    ผู้บริจาคสามารถสแกน QR Code e-Donation ของหน่วยรับบริจาคผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เมื่อทำรายการและยินยอมให้ส่งข้อมูลเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ระบบจะส่งข้อมูลการบริจาคเข้าสู่กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ผู้บริจาคจึงไม่จำเป็นต้องนำใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตรไปแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินอีก หากข้อมูลปรากฏในระบบ e-Donation แล้ว

หมายเหตุ: การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทั่วไปเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่ถือว่าเป็น e-Donation โดยอัตโนมัติ หากไม่ได้สแกน QR Code e-Donation หรือไม่ได้แจ้งให้หน่วยรับบริจาคบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ e-Donation

เงื่อนไขในกรณีต่าง ๆ

กรณีบริจาคให้โรงพยาบาลรัฐ / สถานพยาบาลของทางราชการโดยตรง

ใบเสร็จรับเงินหรือใบอนุโมทนาบัตรกระดาษที่ออกโดยสถานพยาบาลปลายทางยังสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ลดหย่อน 2 เท่าได้ตาม พ.ร.ฎ. 663 ทั้งนี้ต้องมีชื่อผู้บริจาค เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/เลขบัตรประชาชน วันเดือนปี จำนวนเงิน และชื่อหน่วยรับบริจาคชัดเจน เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินเมื่อถูกเรียกตรวจ

กรณีบริจาคให้โรงเรียน / สถานศึกษาโดยตรง

ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด แต่โดยทั่วไปเป็นการ ลดหย่อน 1 เท่า เว้นแต่เข้ามาตรการเฉพาะที่ให้สิทธิ 2 เท่าในช่วงเวลานั้น ๆ ทั้งนี้ต้องมีชื่อผู้บริจาค เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/เลขบัตรประชาชน วันเดือนปี จำนวนเงิน และชื่อหน่วยรับบริจาคชัดเจน เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินเมื่อถูกเรียกตรวจ

กรณีบริจาคเป็นสิ่งของ

ผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดาโดยทั่วไปไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษ ส่วนกรณีนิติบุคคล การบริจาคทรัพย์สินอาจนำไปใช้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ตามเงื่อนไขของกฎหมายและหลักฐานที่กรมสรรพากรกำหนด

กรณีฝากโอนบริจาค

ตัวอย่างเช่น คุณแม่ต้องการบริจาคเงินและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในนามของคุณแม่ แต่ไม่สะดวกทำรายการโอนเงินด้วยตนเอง จึงฝากให้ลูกเป็นผู้โอนเงินแทน แม้สลิปโอนเงินจะแสดงชื่อบัญชีของลูก คุณแม่อาจขอให้หน่วยรับบริจาคพิจารณาบันทึกข้อมูล e-Donation ในนามของคุณแม่ได้ หากมีหลักฐานชัดเจนว่าคุณแม่เป็นเจ้าของเงินและเป็นผู้บริจาคตัวจริง ส่วนลูกเป็นเพียงผู้โอนเงินแทน

หลักฐานประกอบอาจรวมถึง หลักฐานการโอนเงินจากคุณแม่ให้ลูก ข้อความหรือเอกสารที่แสดงว่าคุณแม่มอบหมายให้ลูกโอนเงินแทน สลิปการโอนเงินจากลูกไปยังหน่วยรับบริจาค และข้อมูลของคุณแม่ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้มีขั้นตอนยุ่งยาก และขึ้นอยู่กับการตรวจสอบหรือดุลพินิจของหน่วยรับบริจาค จึงแนะนำให้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโอนเงินจากบัญชีของตนเองโดยตรง หรือสแกน QR Code e-Donation ด้วย Mobile Banking ของตนเอง เพื่อให้ข้อมูลส่งเข้าระบบกรมสรรพากรถูกต้องและตรวจสอบได้ง่ายที่สุด

ข้อควรรู้ก่อนบริจาคเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

ชื่อในใบเสร็จ / ใบอนุโมทนาบัตรต้องเป็นชื่อใคร

ใบเสร็จรับเงินหรือใบอนุโมทนาบัตรควรออกในชื่อของผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยตรง หากออกในชื่อบุคคลอื่น ชื่อครอบครัว คณะบุคคล หรือไม่ระบุชื่อผู้บริจาค อาจไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานลดหย่อนได้

ตรวจสอบข้อมูลบริจาคของตนเองได้ที่ไหน

หลังบริจาคแล้ว ผู้บริจาคควรตรวจสอบข้อมูลในระบบ e-Donation หรือ D-MyTax ว่าชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และยอดบริจาคถูกต้องหรือไม่ หากข้อมูลไม่ถูกต้องควรติดต่อหน่วยรับบริจาคเพื่อแก้ไขก่อนยื่นแบบภาษี

QR Code ต้องเป็น QR e-Donation จริง

ก่อนสแกน QR Code ควรตรวจสอบว่าเป็น QR Code e-Donation ของหน่วยรับบริจาคจริง ไม่ใช่ QR รับโอนเงินทั่วไป เพราะ QR รับโอนเงินทั่วไปอาจไม่ส่งข้อมูลการบริจาคเข้าสู่ระบบกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ

บริจาคเป็นเงินเท่านั้น สำหรับบุคคลธรรมดา

หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี บุคคลธรรมดาควรบริจาคเป็น “เงิน” ให้หน่วยรับบริจาคโดยตรง แทนการซื้อสิ่งของไปมอบให้เอง เพราะการบริจาคสิ่งของโดยทั่วไปไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เว้นแต่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้

ยอดลดหย่อน 2 เท่า ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 2 เท่า

การลดหย่อน 2 เท่า หมายถึงนำยอดบริจาคไปคำนวณลดหย่อนภาษีได้เป็น 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินคืนภาษี 2 เท่าของยอดบริจาคจริง จำนวนภาษีที่ประหยัดได้ขึ้นอยู่กับฐานภาษีและเงื่อนไขของแต่ละบุคคล

สิทธิ 2 เท่ายังอยู่ภายใต้เพดาน 10%

แม้บางกรณีจะได้สิทธิลดหย่อน 2 เท่า แต่ยังต้องคำนวณภายใต้เพดานตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นก่อนเงินบริจาค

ถ้าข้อมูล e-Donation ไม่ขึ้น ต้องทำอย่างไร

หากบริจาคแล้วข้อมูลไม่ปรากฏในระบบ e-Donation หรือ D-MyTax ควรติดต่อหน่วยรับบริจาคโดยตรง พร้อมแจ้งวันเวลา ยอดเงิน ช่องทางการบริจาค สลิปโอนเงิน และเลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เพื่อให้หน่วยรับบริจาคตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *